จ.กาญจนบุรี
การทำขวัญข้าวของชาวบ้านหนองขาวเป็นการขอบคุณแม่พระโพสพหลังเทศกาลออกพรรษา เมื่อมีเทศน์มหาชาติแล้ว น้ำเจิ่งท้องทุ่ง ข้าวออกรวงอ่อน ลำต้นป่องกลางเรียกว่า ข้าวกลัดหางปลาทู อุปมาเหมือนผู้หญิงตั้งท้องอ่อนๆ อยู่ในช่วงแพ้ท้อง ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นหญิงจะพายเรือไปรับขวัญข้าว หรือไม่เยี่ยมแม่โพสพ เมื่อถึงกอข้าวที่ขึ้นงามที่สุดก็จะปักหลัก 1 หลัก นำชะลอมบรรจุหมากพลูจีบ สีผึ้งป้ายใส่ใบตอง กระจก หวี แป้ง น้ำอบ กล้วย ส้ม อ้อยควั่น ให้แม่โพสพ โดยหวีใบข้าว พรมน้ำอบ พูดด้วยถ้อยคำไพเราะดังนี้ “...แม่โพสี แม่โพสพ แม่นพดารา ไม่อยู่ที่ต้นไร่ปลายนา ขอเชิญแม่มารับอ้อยกับส้ม...” โดยจะผูกชะลอมไว้กับหลัก ใช้ด้ายสามสี แดง ขาว เหลืองผูกคอชะลอม ที่ยอดหลักปักเฉลวสานจากไม้ไผ่มีธงชายสามสีที่ได้มาจากงานมหาชาติผูกติดเป็นเครื่องป้องกันอันตรายที่จะมาทำลายต้นข้าว การเอาอกเอาใจข้าวเปรียบเหมือนการเอาใจผู้หญิงท้อง หาของแต่งตัว ของเปรี้ยวๆ มาให้
ชาวบ้านบ้านหนองขาว มีความเชื่อเรื่องยายมาตั้งแต่โบราณ และนับถือยายสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน บ้านของชาวบ้านทุกหลังจะต้องมีหิ้งบูชายายและมีการไหว้ยาย ซึ่ง “ยาย” ของชาวบ้านบ้านหนองขาว หมายถึง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ถือว่าเป็นต้นตระกูลซึ่งลูกหลานต้องรับไปไว้ในบ้านของตนสืบต่อกันตามช่วงอายุ ดังนั้นในความเชื่อของชาวบ้าน “ยาย” จึงไม่ใช่ผีบ้านผีเรือน ถึงแม้ว่าจะคอยปกปักรักษาให้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านอยู่เย็นเป็นสุขเหมือนผีบ้านผีเรือนก็ตามเมื่อชาวบ้านบ้านหนองขาวแต่งงานแยกครอบครัว ไปมีบ้านเป็นของตนเองก็จะต้องทำพิธีรับยาย จากบ้านของพ่อแม่ไปเก็บรักษาไว้ที่บ้านของตน เพื่อเป็นสิริมงคลและสืบต่อบรรพบุรุษ หม้อยาย หมายถึง ยายที่อยู่ในหม้อดินขนาดเล็ก ภายในหม้อยายจะมีหุ่นคนปั้นด้วยขี้ผึ้ง และที่ฝาหม้อจะปิดด้วยผ้าขาวมีด้ายสายสิญจน์ผูกรอบฝาหม้อ แขวนไว้ข้างฝาในห้องนอน แต่ละบ้านจะมีจำนวนหม้อยายไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับการรับหม้อยาย
ผ้าขาวม้าร้อยสีของบ้านหนองขาวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อ โดยเฉพาะผ้าชาวม้าลายตาจัก ซึ่งเป็นลายเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชาวหนองขาว ได้จดลิขสิทธิ์ไว้ในปัจจุบันเป็นการปรับปรุงต่อยอดภูมิปัญญาการจักสาน สู่การทอผ้าลวดลายที่เด่นชัด คือ ตายกและตาจักที่มีการเพิ่มลวดลายคั่นกลางตาผ้าและตาจักทุกตา ด้วยการทอเอ็นคั่นกลางตาในแนวยืน และทอยกลายคั่นกลางตาในแนวพุ่ง ลวดลายเรียงร้อยล้อกันไปทุกตาตลอดผืนผ้า ทำให้มีสีสันสดใสเป็นมันวาวดูคล้ายผ้าไหม
ข้อมูลพิพิธภัณฑ์ https://db.sac.or.th/museum/museum-detail/355